หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2561

"อีกไม่กี่ปี ก็ตายจากกัน อย่าโศกศัลย์
แต่จงยิ้มสู้นะครับ.."
คนพูดนั้นเหมือนว่าตัวเองคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน
เลยพาลมาชวนคนอื่นให้ปลงสังขาล
เขาเล่าว่า อีกไม่กี่ปี ตัวเองก็จะต้องตายเพราะโรคตับ

จึงมาจัดรายการวิทยุ
เปิดเพลงกล่อมโลก ที่หม่นหมอง
ให้คะนองดุจม้าศึก..
คุณหญิงจำปา พยายามฟังและจับใจความ
นำมาปะติดปะต่อกัน
แล้วก็คาดเดาเอาเองบ้างในส่วนที่ขาดหาย..

เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง กระนั้น ก็ยังทนฟัง
คงเหมือนกับสมพร
ที่ต้องทนฟังคุณหญิงเพ้อพร่ำหาแต่อดีต
และอดีต จนน่าเวียนหัว..
"ไอ้บุญรอด"หมาของคุณหญิงจำปา
เป็นหมาที่กิริยามารยาทงดงาม
ขนาดมันเห่า ยังนั่งพับเพียบเห่า
เพราะรถเหยียบมัน พิการตั้งแแต่เยาวัย
คุณหญิงสงสาร จึงรับขึ้นเรือน มากินมานอน
ราวกับเคยอุปถัมกันมาแต่ชาติปางก่อน
ตั้งชื่อมันว่าบุญรอด
รายการลืมไม่ลง มาอีกแล้ว
เป็นคืนที่สอง พ่อนักพูดคนใหม่แห่งสถานี
ยังพูด กลับหน้ากลับหลัง
มีเอ้ย..บ่อยๆเพราะพูดผิด
แต่ฟังดูเป็นธรรมชาติดี
เห็นบอกว่า วันนี้มีคนโทรมาเพลงด้วย
"จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ก่อนเคยขอข้าวขอแกง
แต่วันนี้ขอแหวนพลอยแดง
ผูกมือน้อข้าแล้วจันทร์จะว่าอย่างไร..
แหม..ผมฟังเพลงนี้แล้วมีความสุข
นึกถึงตอนเด็กๆ แม่ร้องเพลงนี้ให้ฟัง
เรากำพร้าพ่อ
อดมื้อกินมื้อ กันสามคนพี่
อ้อ สี่คนสิ แม่คนหนึ่ง
ลูกสามคน มันต้องสี่คน
แม่ร้องเพลงนี้ ทำให้เราอยาก
ขอข้าวขอแกงเพราะบ้านเรามีแต่ปลาร้า
กับอึ่งต้มใบมะขามบ้าง เขียดย่างบ้าง
เขียดนี่ต้องกินมื้อละขานะ
เขียดตัวหนึ่งต้องกินให้ได้ห้ามื้อ"
คุณหญิงจำปาฟังไปยิ้มไป
ชะบาชงน้ำขิงมาให้มารดา
นั่งกับพื้นหากคุณหญิงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่
ท่านเม้มปาก นึกถึงอดีตที่ผ่านมา
มีทั้งสุขทั้งทุกข์
แต่ส่วนใหญ่จะทุกข์มากกว่าสุข
"คุณเคยรักใครข้างเดียวมั่งหรือเปล่าครับ
แบบว่าอยู่ด้วยกัน กินอยู่หลับนอน
ใช้ชีวิตเหมือนสามีภรรยาทั่วไป
แต่อีกคนหนึ่งไม่เคยรักเราเลย
อยู่กันไปเพราะหน้าที่ อยู่กันไปเพราะคิดว่า
สักวันก็รักกันเอง
สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรเลย
แม้แต่หัวใจของอีกฝ่าย.."
คุณหญิงใจแป้ว กัดริมฝีปากจันแทบจะห้อเลือด
ชะบา ก็ได้ยินคำที่ดีเจ คนนั้นพูด
หล่อซบแก้มกับตักมารดา
กอดเอาไว้มั่น..
"เคยรักฉันบ้างไหม.อยากจะถามคำสุดท้าย..
ก่อนที่ลมหายใจ ฉันจะสิ้นสุด.."
เขาเปิดเพลงแล้ว..
แต่สองคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้อยู่ชานเรือน...
หรือว่า ผู้ชายคนนี้ คือเขาคนนั้นในชาติที่แล้ว
ที่จะกลับมาทวงหาความรัก
ที่ไม่เคยได้รับจากคุณหญิงเลยตลอดทั้งชีวิต
"ถ้าแกไม่รักฉันเลยแม้แต่นิด
ขอแค่แกจำฉันได้ไม่ว่าชาติไหนๆหน้าก็พอ"
เขากล่าวแค่นั้น ก่อนจะจากไปอย่างสงบ..
ชะบาจำเสียงคุณลุงของเธอได้ดี
เสียงแบบนี้ จังหวะการพูด
สำนวนการพูดเป็นใครไม่ได้เลย
ทำไมจะจำไม่ได้
ก็เมื่อวันที่แม่กรีดร้องโหยหวล
แล้วหมดสติไป จนเธอกับน้องช็อกไปด้วย
ก็ลุงนี่แหระ เป็นคนวิ่งเข้ามาหา
มาเขย่าแม่ มาปลอบเธอกับน้อง
พ่อจากไปแล้ว ไปกับผู้หญิงคนใหม่
พ่อจากเธอกับแม่และน้องไปต่อหน้าต่อตา
พ่อจะพาผู้หญิงคนใหม่มาอยู่บ้านเดียวกัน
พ่อพาเมียน้อยเข้าบ้านแล้วให้แม่ยอมรับ
แม่หวีดร้องจนสิ้นสติ
แล้วแม่ไม่พูดกับมครอีกเลย
ไม่ยิ้มไม่หัวเราะ ตลอดระยะเวลา
ตั้งแต่วันนั้นจนถึงเมื่อวคืนวาน
25ปีเต็มๆ ที่แม่เพิ่งจะยิ้ม
ยิ้มเพราะแม่คิดว่า
ลุง คนนั้นกลับมาอยู่ใกล้แม่แล้ว
เธอตั้งจิตอธิฐานว่า
หากพี่ดีเจ คนที่จัดรายการอยู่นี้
เป็นลุงสมพรกลับชาติมาเกิด
ก็ขอให้เขาค่อยๆพูด
ถึงอดีตออกมาทั้งหมด
เธอกับแม่จะคอยฟัง
รายการลืมไม่ลง ทุกคืนทุกวัน..//
คุณหญิงจำปา
ตื่นมาใส่บาตพระตั้งแต่เช้าตรู่
ซึ่งเป็นธรรมดาของชาวพุทธ
ตื่นมาต้องใส่บาตร
ได้อุทิศ ส่วนกุศล 
ให้เจ้ากรรมนานเวรทั้งหลายด้วย
โดยเฉพาะกับชายคนหนึ่ง
ซึ่งไม่ใช่สามี ไม่ใช่พ่อของลูกๆ
เป็นแค่คนข้างบ้าน
ที่วิ่งมาเห็นเหตุการณ์
ตอนที่คุณหญิงช็อก
จากเหตุกาณ์สามีพาเมียน้อยเข้ามา
แนะนนำว่าเขาเป็นคนดี
หากเธอรักฉัน ก็ต้องรับเขามาอยู่ด้วย
คุณหญิงหวีด ร้อง ทึ้งหน้าทึ้งผมตัวเอง
ลงไปเกลือกกลิ้งกับดินดอน
สามีจากไปแล้ว พร้อมสาวสวยคนนั้น
เขาทิ้งเธอไม่ได้
เลยไปอยู่ด้วยกัน
สมพร เป็นคนข้างบ้าน เห็นกันมาตั้งแต่แบเบาะ
เป็นหนุ่มใหญ่ ไม่มีเมีย
เขามายืนดูตลอดทั้งเหตุการณ์
พาคุณหญิงจำปาไปหาหมอ
หอบลูกสาวกับลูกชายของเธอไปด้วย
หมอบอกว่า คนป่วยช็อก
ต้องพาไปโรงพยาบาลของทหารที่กำแพงแสน
ที่นั่นเป็นกองบิน มีหมอด้านนี้
คุณหญิงถูกมัดข้อมือด้วยเชือก
สมพรอุ้มลูกคนเล็ก จูงลูกคนโต
กับคุณหญิง ดูทุเรสทุรังสิ้นดี..
คุณหญิงจำได้ทุกอย่าง
เขาพาขึ้นรถเมล์สายสุพรรณนครปฐม
ไปลงกำแพงแสนแล้วเดินเข้าไป
หมอหมดหวัง
บอกแต่ว่าคุณป้าท่านช็อก
ต้องส่งตัวไปโรงพยาบาลประสาทวิทยา
กลับมาสุพรรณได้สองหรือสามคืน
เขากลางมุ้งให้ พาเด็กๆไปอาบน้ำ
หุงข้าว
"กินข้าวสิแก..อย่าคิดมาก
ถึงแกไม่มีเขาแล้ว แกก็ยังมีลูกนะ"
สมพรบอก พร้อมตักข้าวกับปลาเค็มมายื่นให้
แต่คุณหญิงจำปา เอาเควี้ยงทิ้ง
แล้วไล่เขาไปซะให้ไกลๆ
แต่เขาไม่ไป นอนอยู่ข้างมุ้ง
"ขอบใจนะแก ที่ดูแลฉันกับลูกเป็นอย่างดี
ขอให้วิญญาณแกไปสู่ภพภูมิที่ดีกว่านี้
ชาติหน้ามีจริง ขอให้แกเจอคนที่รักแก
ได้มีครอบครัวที่อบอุ่น.."
นึกอธิฐาน แค่นั้น น้ำตาก็รื้นขึ้นมาอีก
อยู่บ้านเดียวกันมา 25 ปี
มีแต่คนว่าเป็นผัวเมียกัน
แต่ความจริงเขาไม่เคยยุ่มย่ามเลย
จับอาบน้ำสระผม หวีผมให้
ก็ไม่เคยล่วงเกินให้ระแคะระคาย
คุณหญิงจำปาไม่เคยรักเขาเลย
ไม่เคยแม้จะคิดเรื่องชู้สาว
เธอมีสามีเดียว ที่เป็นพ่อของลูก
เคยมีคนเวทนาเธอกับลูก
จะรับเลี้ยงดู
แต่สมพรบอกว่าหากจะมีคนอื่น
ให้แกกลับไปอยู่กับพ่อของลูกดีกว่า
ถึงเขามีสองเมีย
ก็ยังดีกว่าแกไปมีคนอื่น
ใครจะมารักลูกเราเท่าพ่อแม่แท้ๆ
ข้อนี้ จำปาเห็นจริงด้วย
โดยลืมไปว่า
ที่สมพรมาอยู่ด้วยนี้
คนเอาไปลือว่าเจ้าหล่อนมีชู้
พาชู้เข้าบ้าน
เรื่องนี้แม่ของสมพรตรอมใจยิ่งนัก
ด้วยว่าคนสุพรรณเขาถือ เรื่องวันทอง
เป็นหญิงสองใจ มีผัวหลายคนเยี่ยงนี้
คุณหญิงอยู่โรงพยาบาลโรคประสาท
นานกี่เดือนกี่ปีจำไม่ได้
รู้แต่ว่า มีลูกสองคนกับสมพรอยู่ด้วยมิห่างกาย
หมอบอกว่า ต้องให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยา
ด้วยว่า คนป่วยไม่พูด ไม่ยิ้ม ไม่หัว
ไม่ตอบสนองใดๆเลย
ต้องคอยอยู่ใกล้ๆ คอยดูแลอย่าให้ห่าง
หมอและทุกคนเข้าใจว่าสมพรคือสามีของป้า
และเป็นพ่อของเด็กๆ
จนถึงวันกลับบ้าน
หมอก็ว่าเป็นบุญของป้า มีสามีดี
ดีกะผีอะไรล่ะ
มันไปคว้าเอาเมียฝรั่งมาบ้าน
เชิดหน้าชูตา
แล้วป้าก็น้ำตาไหล
ลูกสาวสิเช็ดน้ำตาให้..//
"ยู๊ฮู..มีใครอยู่ไหม..!!.."
ผมตะโกนเรียก..
สองสามครั้ง ยังเงียบ
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากสิงสาลาสัตว์ใดๆเลย
ผมเข้าใจว่าพวกมันคงรู้ว่า 
เสือดำทุ่งใหญ่นเรศวรเพิ่งโดนยิงตาย
โดนตัดหำไปต้มซุปกินอย่างโหดเหี้ยม
พวกมันจึงกลัวคน ..เลยไม่ออกมา
ปกติเกาะแห่งนี้นกนางแอ่นเยอะ
ผิวปากเรียกสองสามครั้งก็มาเกาะคันเบ็ตบ้าง
เกาะราวขางเรือบ้าง
แต่วันนี้ มันเงียบพิก๊ลพิกล
ผมนอนเล่นๆ เพราะปลาไม่กินเหยื่อ
น้ำไม่เดิน ขี้เกียจเปิดโทรศัพท์ดูในแอ๊ป
เลยนอน ผึ่งแดน อาบโฮโซนซะมั่ง
แล้วก็ผิวปาก เรียกเล่นๆ
"หวี๊ดๆ..หวี๊ดๆ..."
"หวี็ด........"
มันถามว่าใคร..
ผมตอบว่า คน..
มันว่า จะมาเอารังพวกกูไปแดกอีกสิ ไอ้สัตว์
มึงรู้ไหม กว่ากูจะทำรังให้ลูกกูอยู่
กันแดดกันฝนพวกกูต้องเอาเลือดเอาเนื้อเข้าแลก
กว่าจะได้น้ำลายที่พวกมึงชอบแดกแต่ละหยด
โอ้ยยย วันนี้ผมโดนนกนางแอ่นด่าเป็นภาษานก
โคตรอายเลยว่ะ
"เฮ้ย..กูมาดี กูไม่เคยกินรังนก
กูไม่เคยทำร้ายพวกมึงนะ"
ผมชี้แจง
เมียมันซุกลูกไว้ในอก
เมื่อคืนฝนตกหนัก
บางตัวที่โดนขโมยรังไป
ต้องหลบอยู่ข้างแง่หิน
ลูกมันไม่ทันมีขน
ต้องนอนหินแข็งๆ
อีกตัวหนึ่งแม่ตาย
ขณะเบ่งเลือดออกมาเป็น้ำลายเพื่อทำรังให้ลูกอยู่
"ไปจากที่นี่ซะไอ้มนุษย์ พวกเราไม่ต้อนรับ"
หัวหน้าฝูงส่งสัญญาณมาบอก
เครื่องแปลภาษาสัตว์ขึ้นข้อความบอกที่หน้าจอ
ผมพิมข้อความใส่ลงไป
และมันแปลเป็นคลื่น
ออกไปผ่านลำโพงเป็นเสียงนก
"เรามาดี เราคิดเครื่องนี้ขึ้นมาเพื่อสื่สารกับพวกท่าน"
ผมบอกพวกนกนางแอ่น
"เราไม่อยากให้มนุษย์มาที่นี่
ท่านไม่ทำร้ายพวกเราก็จริง
แต่พวกของมนุษย์ มันมีแบบที่เรียกว่าแดกทุกอย่าง"
"ติ๊ดๆ.."
มีเสียงใหม่ที่แซกเข้ามาในเครื่องสนทนา
ผมจึงเปิดดู
"จริงแล้วท่านนางแอ่น
ท่านพูดถูก มนุษย์เหี้ยพวกนี้ มันแดกทุกอย่าง
ไอ้คนเนี่ย เอาควันไฟมารมกับข้า แล้วตัดเอารังไป
มันกิน้ำหวานกับลูกอ่อนๆของพวกข้าหน้าตาเฉย"
ผมมหน้าชาดิก
ใช่สิ ผมไม่กินรังนกนางแอ่น
แต่เพิ่งกินผึ้งมาทั้งรัง แล้วมันก็ไปบอกๆกันต่อๆ
"ไอ้เหี้ยนี่ มันแดกลูกข้าด้วยนะท่านนางแอ่น"
คราวนี้ปลาโผล่พ้นน้ำมาพูดบ้าง..
"ขนาดข้าเป็นวุ้นๆมันยังแดกเลย ไอ้เหี้ย"
คราวนี้แมงกระพรุน
"ข้าอาศัยเรือมันคลอดลูก
มันจับข้าเกี่ยวเบ็ดเฉลยเลย"
แมงสาบออกมาพูดอีก
ผมโมโหมาก กระทืบเครื่องแปลภาษาซะพังคาตีน
เรื่องไรจะให้คนอื่นรู้ความเหี้ยของกูล่ะ
ปั้ดโธ่...//

คุณหญิงจำปาชะงักเท้าที่จะก้าวลงเรือน
สายโด่งแดดก็ร้อน เหตุไฉนสมพร
ยังนั้นคลุมโปงอยู่เยี่ยงนั้นเล่า
หรือว่าป่วยไข้ไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวรึ
ครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง
จึงตัดใจว่าด้วยเรื่องที่ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย
อยู่ดีๆก็มาอยู่ด้วย หุงข้าวตักน้ำ ทำนา
ปลูกผัก ราวกับเป็นคู่ผัวตัวเมียกันนก็ไม่ปาน
เลยมิได้สนใจ ลงไปเรือน นั่งเล่นอยู่บนแค่ไม้ไผ่
สมพรไปตัดไม้ไผ่มาทำกันเองกับเด็กๆ
สายๆชะบากลับมาจากตลาด ด้วยจักรยานคันเก่า
ได้ยาแก้ไขมาให้น้อง จากร้านหมอตี๋
บาบอกว่าลุงสมพรไปต่อยมวยที่งานวัดรางกระทุ่ม
ได้เงินค่าตัวมา ว่า 50 บาทกระมัง
ตอนนี้นอนซมด้วยพิษบาดแผล
เธอฟังแล้วเฉยชามิรับรู้เรื่องอื่นใด
ไม่ยิ้มไม่หัวไม่วิตกกังวลอะไรกับใคร
ชะบาเอาข้าวให้น้องกินให้แม่กิน
แล้วป้อนยา วันนี้หยุดเรียนอีกตามเคย
ข้าวสารหมดตั้งแต่เมือวาน
ลุงสมพรไปงมหอยขมมาไว้ได้สัก 5-6 โล
บอกว่าวันนี้จะเอาไปขาย
แต่น้องมาป่วยเสียก่อน
ชะบาเห็นลุงสมพร
ไอดังๆแล้วคลานมาอ็วกออกมาเป็นเลือด
ก็ไม่ได้คิดอะไรตามประสาเด็กๆ
คุณหญิงจำปานึกทบทวนอดีตแล้ว
แปลกใจตัวเอง ว่าไปบ้าอะไรกับผัวคนเดียว
จนตัวเองสติแตก วิปลาสผิดมนุษย์มนา
ข้าวปลาไม่กิน ลูกเต้าไม่ดูแล
นึกย้อนไปว่าหากสมพร เพื่อนข้างบ้านไม่มาดูแล
บ้านนี้ลุกเต้าจะอยู่กับใครยังไงเล่านั่น
"สมพร ขอดวงวิญญาณแกไปสู่ภพภูมิที่ดีนะ
แม้นว่าแกไปเกิดใหม่แล้ว
ฉันก็จักทำบุญให้แกตลอดไป
ให้ชีวิตใหม่ของแกได้พบแต่สิ่งดีๆ
เพราะแกได้ให้ชีวิตใหม่แก่ข้าและลูก"
ก็คงเป็นเรื่องแปลก พอสิ้นบุญสมพร
คุณหญิงจำปาจึงได้คิด ว่าทำไม
ต้องไปโศกเสร้าอาดูรย์กับสามี
ซึ่งไปมีคนใหม่
ทำไมไม่มีชีวิตอยู่เพื่อลูก
เธอนั่งมองวิทยุทรานซิสเตอ
ที่สมพรชอบเปิดเพลงกล่อมทุ่ง
แล้วก็นึกขำตัวเอง
มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่สมพรมี
ตลอด 25 ปีที่อยู่ด้วยกันที่นี่
แต่คุณหญิงเอาไปถวายพระ
หากท่าน กลับมอบให้กลับมาอีก
บอกว่าให้โยมไว้เปิดฟังธรรมะ
มิใช่เพราะวิทยุเครื่องนี้ดอกรึ
ที่ทำให้เจอเรื่องแปลกๆ
แลกถึงขั้นที่ว่า
บัดนี้ได้ฟังเสียเจ้าของวิทยุ
มาพูดให้ฟังทุกคืน..//